วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

น้ำลูกเดือย น้ำสมุนไพร


ลูกเดือยจัดเป็นพืชตระกูลข้าว เป็นเมล็ดของต้นหญ้าชนิดหนึ่ง ลักษณะกลม เปลือกแข็งสีขาวขุ่น การเลือกเมล็ดให้เลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ ไม่มีแมลง หรือมอด
ลูกเดือยเป็นพืชที่มีวิตามินบี 1 สูง ทำให้ป้องกันโรคเหน็บชา บำรุงร่ายกาย ขับปัสสาวะ แก้อาการท้องเดิน ช่วยให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดี ช่วยให้ผิวนุ่มนวล ป้องกันการตกกระจากแสงแดด และยังมีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก คือสาร coxenolide

น้ำลูกเดือย สำหรับ 3 แก้ว
1. ลูกเดือยต้มสุก 1 ถ้วย
2. น้ำต้มสุก 3 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
4. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ
1. ต้มลูกเดือยให้สุกนุ่ม โดยล้างลูกเดือยให้สะอาด โดยลูกเดือย 1 ถ้วยใช้น้ำ 5 ถ้วย ต้มด้วยไฟกลางนานอย่างน้อย 30 นาที จนลูกเดือยสุกนุ่ม
2. ปั่นลูกเดือยกับน้ำเข้าด้วยกันให้ละลาย เทใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน
3. ใส่น้ำตาลและเกลือเคี่ยวจนน้ำตาลละลาย พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟยกลง
4. พักไว้ให้เย็น แช่เย็นจนเย็นจัด รินน้ำลูกเดือยใส่แก้วดื่ม

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

น้ำว่านหางจระเข้ น้ำสมุนไพร

ว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ในเนื้อว่านนั้นจะมีสารอะโลอินและอะโลอิซิน ซึ่งเป็นยาระบาย ช่วยป้องกันมะเร็ง สมานแผลในกระเพาะ ฆ่าเชื้อไวรัสสาเหตุของหวัด  ช่วยป้องกันโรคทางเดินหายใจอักเสบ และช่วยสลายสารพิษ จึงช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับที่อักเสบได้
การสังเกตว่านหางจระเข้ที่ดีนั้น ควรมีใบอ้วนหนา ช่วงโคนใบกว้างใหญ่ ป้อมสั้น มีกระสีขาวน้อย เปลือกหนาแข็ง เนื้อวุ้นจะแข็งไม่เละ และเมื่อซื้อหรือตัดทันทีแล้ว ต้องใช้ทันที เนื่องจากสารสำคัญในเนื้อวุ้นจะลดสรรพคุณลงเรื่อยๆ
สูตรน้ำว่านหางจระเข้ จะมีให้เลือกทำ 2 แบบคือ แบบปั่นและแบบไม่ปั่น เลือกทำได้ตามต้องการ

น้ำว่านหางจระเข้
1. ใบว่านหางจระเข้ 1 ใบ
2. น้ำ 2 ถ้วย
3. น้ำตาลทรายแดง 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำว่านหางจระเข้
1. ล้างว่านหางจระเข้ให้สะอาด แล้วใช้มีดคม ๆปอกเปลือกออก ล้างหลายๆ ครั้งจนเมือกและยางสีเหลืองออกหมด
2. หั่นเป็นชิ้นบางๆ
3. เติมน้ำลงในหม้อ ใส่เนื้อว่านที่หั่นแล้วลงไป
4. ตั้งไฟกลางจนเดือดนานประมาณ 20 นาที แล้วใส่น้ำตาลทรายแดง ทิ้งไว้จนเดือดอีกครั้ง
5. ปิดไฟ ยกลง พักไว้ให้เย็น
6. รินน้ำว่านหางจระเข้ใส่แก้ว ดื่มได้

น้ำว่านหางจระเข้ปั่น
1. ใบว่านหางจระเข้ 1 ใบ
2. น้ำ 2 ถ้วย
3. น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำว่านหางจระเข้ปั่น
1. ล้างว่านหางจระเข้ให้สะอาด แล้วใช้มีดคม ๆปอกเปลือกออก ล้างหลายๆ ครั้งจนเมือกและยางสีเหลืองออกหมด
2. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด ดื่มทันที หรือจะใส่น้ำแข็งเพื่อเพิ่มความเย็นก็ได้ค่ะ
2. หั่นเป็นชิ้นบางๆ


วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

น้ำทับทิม น้ำสมุนไพร

ทับทิมเป็นผลไม้เขตร้อน มีผลค่อนข้างกลม ผิวเรียบเปลือกเป็นมัน เปลือกค่อนข้างแข็ง ภายในแบ่งออกเป็นช่อง แต่ละช่องมีผนังสีครีมอมเหลืองกั้นระหว่างกันอยู่ในแต่ช่องจะมีเมล็ดเรียงอยู่ภายใน เมล็ดเป็นเหลี่ยมห่อหุ้มด้วยเนื้อใสสีแดงหรือสีชมพู เนื้อทับทิมมีน้ำรสหวานหรือน้ำตาลอมส้ม เมล็ดที่ดีต้องไม่มีรอยแตก รอยช้ำ หรือเน่าเสีย
เนื้อมีวิตามินซี บี 1 บี 2 และแร่ธาตุต่างๆ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้ไข ช่วยดังกระหายเนื่องมาจากพิษไข้ น้ำทิบทิมมีสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยต้านโคเลสเตอรอล ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิตสูง บำรุงตับไต หัวใจ รักษาอาการท้องร่วง อาหารไม่ย่อย

น้ำทับทิมปั่น
เมล็ดทับทิม 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว  2 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 1 ถ้วย
น้ำแข็งบดละเอียด 2 ถ้วย

วิธีทำ
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้ว ดื่มทันที



น้ำทับทิม 
เมล็ดทับทิม 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 ถ้วย

วิธีทำ
1. ใส่เมล็ดทับทิมลงในเครื่องคั้นน้ำส้มแบบกด กดจนน้ำทับทิมออกหมด
2. ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว ดื่มทันที












วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

น้ำแตงกวากับบีทรู้ต


น้ำแตงกวากับบีทรู้ต
ส่วนผสม
 แตงกวาขนาดกลาง 100 กรัม
 บีตรู้ต 100 กรัม

วิธีทำ
1. ล้างแตงกวาและบีตรู้ตให้สะอาด หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ แช่ในตู้เย็นให้เย็นจัดประมาณหนึ่งชั่วโมง
2. ใส่แตงกวาในเครื่องแยกกาก ตามด้วยบีตรู้ต
3. เทใส่แก้ว ดื่มน้ำแตงกวากับบีทรู้ตสด ๆ ทันที หรือเติมน้ำแข็ง  2-3 ก้อนก่อนดื่ม

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำแตงกวากับบีทรู้ต
* พลังงาน  57    กิโลแคลอรี
* คาร์โบไฮเดรต    10.5   กรัม
* เบตาแคโรทีน  7034   ไมโครกรัม
*วิตามินเอ   1173   ไมโครกรัม
  *วิตามินซี   23   มิลลิกรัม
 *แคลเซียม  85   ไมโครกรัม

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

น้ำฟักทอง เครื่องดื่มสมุนไพร


น้ำฟักทอง


สูตรน้ำฟักทอง น้ำสมุนไพร
ฟักทองเป็นพืชผัก รูปทรงกลมแป้น มีพูเล็กๆ รอบผล ผิวไม่แข็ง สีเขียวเข้มอมน้ำเงิน หรืออมเทา ด่างเหลืองเป็นทาง เนื้อสีเหลือง เหลืองอมเขียวหรือส้มเข้มตรงกลางฟูพรุน มีเมล็ดแบนจำนวนมาก การเลือกฟักทองให้เเลือกลูกที่หนักมาก ผิวเปลือกขรุขระ เนื้อจะแน่นเป็นมัน

ประโยชน์ของฟักทอง
เนื้อฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินเอที่สูงถึง 2,458 I.U. และเกกลือแร่ชนิดต่างๆ ช่วยบำรุงสายตา  บำรุงร่างกาย ช่วยลดอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ฟักทองมีฤทธิ์ทางยา สามารถกระตุ้นการหลั่งของอินซูลินช่วยควบคุมการกระตุ้นของอินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดป้องกันเบาหวาน โรคความดันโลหิต บำรุงตับและไต

น้ำฟักทอง
เนื้อฟักทองนึ่งสุกหั่นชิ้น 1 1/4 ถ้วย
น้ำต้มสุก 3 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่นนิดหน่อย


วิธีทำ
1. ปั่นเนื้อฟักทองกับน้ำต้มเข้าด้วยกันให้ละเอียด
2. เทฟักทองที่ปั่นละเอียดแล้วใส่หม้อ ยกตั้งขึ้นบนไฟอ่อนให้เดือด ใส่น้ำตาลและเกลือ เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ ยกลง พักไว้ให้เย็น
3. แช่เย็นจนเย็นจัด รินใส่แก้วดื่ม หรือใส่น้ำแข็งก็ได้

หรือถ้าใครอยากจะดัดแปลงโดยใส่โยเกิร์ตด้วยก็ได้ ซึ่งวิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากค่ะ ดังนี้

น้ำฟักทองโยเกิร์ต
น้ำฟักทอง 1/2 ถ้วย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/4 ถ้วย
ไอศกรีมรสวานิลลา 1/4 ถ้วย
นมสดชนิดจืด 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว ดื่ม หรือแช่เย็นอีกครั้ง แล้วดื่่ม

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

น้ำว่านหางจระเข้ เครื่องดื่มสมุนไพร


ว่านหางจระเข้

น้ำว่านหางจระเข้ เครื่องดื่มสมุนไพร
ว่านหางจระเข้ เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา ลักษณะคล้ายหางจระเข้ ใบอ้วนหนา ช่วงโคนใบกว้าง ปลายใบแหลม ริมใบมีหนามโดยรอบ การเลือกว่านหางจระเข้มาใช้ให้เลือกที่โคนใบใหญ่
ป้อมสั้น มีกระสีขาวน้อย เปลือกหนาแข็ง เนื้อวุ้นจะแข็ง และต้องใช้ทันที เพื่อไม่ให้สรรพคุณลดลง

คุณค่าอาหารและสรรพคุณ
เนื้อว่านสดๆ มีสารอะโลอินกับสารอะโลอิซิน เป็นยาระบาย ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันทางเดินหายใจอักเสบ ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร ฆ่าเชื้อไวรัส และสลายพิษ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของตับที่อักเสบได้

น้ำว่านหางจระเข้
ส่วนผสม
1. ใบว่านหางจระเข้ 1 ใบเล็ก
2. น้ำ 2 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ล้างใบว่านหางจระเข้ ใช้มีดคมๆ ปอกเปลือกออกให้หมด ล้างหลายๆ ครั้งจนหมดเมือกและยางสีเหลือง
2. หั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่น้ำลงในหม้อ แล้วใส่เนื้อว่านหางจระเข้ลงไป ต้มด้วยไฟกลางจนเดือดนาน20 นาที
3. ใส่น้ำตาลทรายแดง ทิ้งไว้จนเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ
4. พักทิ้งไว้ให้เย็น รินน้ำว่านหางจระเข้ใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง ดื่มได้เลย

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

น้ำใบเตย น้ำสมุนไพร


ใบเตย

 ใบเตย เป็นพืชตระกูลหญ้า แตกเป็นกอใหญ่ มีเหง้าและลำต้นอยู่ใต้ดิน มีก้านและใบที่โผล่ขึ้นมาอยู่เหนือดิน ใบออกจากลำต้นเรียงเวียนรอบลำต้นอย่างแน่นหนา ใบสีเขียวรูปเรียวยาวประมาณ 8-10 นิ้ว
ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ เมื่อขยี้ใบสดจะมีกลิ่นหอมเย็น นิยมคั้นน้ำจากใบสดเพื่อแต่งกลิ่นและเพื่อให้ได้สีเขียวสวยงามสำหรับใส่ขนมโดยเฉพาะขนมไทย

คุณค่าอาหารและสรรพคุณของใบเตย
ใบเตยสดนั้น มีน้ำมันหอมระเหย กลิ่นหอม รสหวาน และมีสีเขียว ซึ่งเป็นสารคลอโรฟิลล์ช่วยลดอาการกระหายน้ำ บำรุงหัวใจ และช่วยทำให้สดชื่น อีกทั้งยังมีเกลือแร่ แคลเซียมและฟอสฟอรัส

ใบเตยนั้นสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มได้ทั้งแบบปั่นละเอียดเนียน หรือที่เรียกว่าแบบสมูทตี้และทำแบบน้ำสมุนไพรแช่เย็นจัดแล้วดื่มหรือใส่น้ำแข็งก็ได้
สูตรน้ำสมุนไพรวันนี้ จึงน้ำสุตรน้ำสมุนไพร 2 สูตรมาให้เลือกทำ

น้ำใบเตยสูตรที่ 1 น้ำใบเตย
ส่วนผสม
1. ใบเตยหั่น 2 ถ้วย
2. น้ำ 4 ถ้วย
3. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำแข็งชนิดก้อน สำหรับเติมเวลาจะดื่ม

วิธีทำ
1. ปั่นใบเตยครึ่งหนึ่งกับน้ำเล็กน้อยจนละเอียด กรองเอากากออก จะได้น้ำใบเตยสีเขียว เทใส่ถ้วยพักไว้
2. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางให้เดือด ใส่ใบเตยที่เหลือลงต้มนาน 5-10 นาที ใส่น้ำตาล พอน้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกลง กรองเอากากออก ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางอีกครั้ง ใส่น้ำใบเตยคั้น พอเดือดปิดอีกครั้ง ปิดไฟ ยกลง ปล่อยให้เย็น เมื่อจะดื่มใส่น้ำแข็ง

น้ำใบเตยปั่นสูตรที่ 2 น้ำใบเตยปั่น
ส่วนผสม
1. น้ำใบเตย 1 ถ้วย
2. เนื้อแคนตาลูปเขียวหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย
3. น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด รินใส่แก้วดื่ม



วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

น้ำสมุนไพรสูตรน้ำลูกแพร์ เซเลอรี่ กับขิง


ส่วนผสมน้ำสมุนไพรสูตรน้ำลูกแพร์ เซเลอรี่ กับขิง
1.ลูกแพร 100  กรัม
2.เซเลอรี่ 50 กรัม
3.น้ำขิงสด ½  ช้อนโต๊ะ
4.น้ำแข็งก้อน

˜
วิธีทำน้ำสมุนไพรสูตรน้ำลูกแพร์ เซเลอรี่ กับขิง
1. หั่นเซเลอรี่เป็นท่อนยาว ๆ ปอกเปลือกลูกแพร์ หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ นำเข้าตู้เย็น แช่ให้เย็นจัดประมาณ 30 นาที
2. ขิงปอกเปลือกขูดละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ
3. ใส่ลูกแพร์ในเครื่องแยกกาก ตามด้วยเซเลอรี่
4. เทใส่แก้ว ใส่น้ำขิงลงไปผสม คนให้เข้ากันก่อนดื่มใส่น้ำแข็งลงไปเล็กน้อย

 คุณค่าทางโภชนาการน้ำสมุนไพรสูตรน้ำลูกแพร์ เซเลอรี่ กับขิง
* พลังงาน   51.7   กิโลแคลอรี
* คาร์โบไฮเดรต    12.2   กรัม
* เบตาแคโรทีน  1.5   ไมโครกรัม
*วิตามินเอ     4.3 ไมโครกรัม
น้ำสมุนไพรสูตรน้ำลูกแพร์ เซเลอรี่ กับขิง


วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

น้ำสมุนไพร สูตรน้ำเซเลอรี่ แอ๊ปเปิ้ลเขียว กับองุ่นเขียว

น้ำสมุนไพร สูตรน้ำเซเลอรี่ แอ๊ปเปิ้ลเขียว กับองุ่นเขียว
ส่วนผสมน้ำสมุนไพร สูตรน้ำเซเลอรี่ แอ๊ปเปิ้ลเขียว กับองุ่นเขียว
1.เซเลอรี่ 130 กรัม
2.เเอ๊ปเปิ้ลเขียว 300 กรัม
 3.องุ่นเขียว 100 กรัม
4.น้ำผึ้ง ½  ช้อนชา
5. เกลือป่นนิดหน่อย
6. น้ำแข็งก้อน

วิธีทำน้ำสมุนไพร สูตรน้ำเซเลอรี่ แอ๊ปเปิ้ลเขียว กับองุ่นเขียว
1.เซอเลอรี่หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ แอ๊ปเปิ้ลเขียวผ่าครึ่งเฉือนแกนกลางออก
หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ส่วนองุ่นเขียวเด็ดเป็นลูก ๆ แช่ตู้เย็นไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง
2. ใส่องุ่นเขียวในเครี่องแยกกากก่อน ตามต้ายแอปเปิ้ลเขียวเเละเซเลอรี่
3. เทใส่แก้ว เติมน้ำผึ้งและเกลือป่นลงไป คนให้เข้ากัน
ใส่น้ำแข็งสัก 4-5 ก้อน ดื่มทันที


คุณค่าทางอาหาร
*ให้พลังงาน   227.1 กิโลแคลอรี
*คาร์โบไฮเดรต 56.5 กรัม
*วิตามินเอ 199 ไมโครกรัม
*วิตามินซี 11 มิลลิกรัม
*แคลเซียม 39 ไมโครกรัม

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

น้ำสมุนไพร สูตรน้ำกะหล่ำปลี


กะหล่ำปลีเป็นพืชที่มีกาบใบห่อกันแน่นเป็นรูปทรงกลมแบน มีรสหวานและน้ำมาก มีหลายพันธุ์ทั้งใบเขียวอ่อน เขียวเข้มและสีม่วง เป็นพืชผักท้องถ่นของยุโรปในเขตอากาศอบอุ่น  การเลือกกะหล่ำปลีมาใช้เป็นน้ำสมุนไพร ให้เลือกกะหล่ำปลีสด กาบใบห่อกันแน่น มีน้ำหนักมาก ก่อนนำมาใช้ให้ทำความสะอาดโดยแกะกะหล่ำปลีออกเป็นกาบๆ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นให้ละเอียด

คุณค่าของน้ำกะหล่ำปลี น้ำสมุนไพร
วิตามินซีสูง นอกจากนั้นยังมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ เพราะมีสารกลูตามีนช่วยเคลือบกระเพาะ ในกะหล่ำปลียังมีซัลเฟอร์ ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี
ช่วยต้านสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และยังช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ช่วยระงับประสาท ทำให้นอนหลับสนิท

น้ำกะหล่ำปลี
ส่วนผสม
กะหล่ำปลีหั่นละเอียด 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 1/4 ช้อนชา
น้ำต้มสุกแช่เย็น 11/2 ถ้วย
วิธีทำน้ำกะหล่ำปลี น้ำสมุนไพร
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบาง รินใส่แก้ว ดื่มทันที

น้ำกะหล่ำปลีผสม
ส่วนผสม
สับปะรดหั่นชิ้น 1 ถ้วย
น้ำกะหล่ำปลี  1 1/2 ถ้วย
วิธีทำ

ใส่เนื้อสับปะรดลงในเครื่องแยกกาก คั้นจนได้น้ำสับปะรด นำไปผสมกับน้ำกะหล่ำปลี คนให้เข้ากันดี รินใส่แก้ว ดื่มทันที

น้ำสมุนไพร สูตรน้ำมะกอกไทย


มะกอกไทยนั้น มีผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีเหลืองอมเขียว และเมื่อสุกจะมีสีเหลืองหม่นและมีจุดสีน้ำตาลเข้มทั้งผล เปลือกเหนียว เมล็ดแข็ง มีเนื้อหนาประมาณ 0.5 ซม. รสเปรี้ยวกลิ่นหอม ทางภาคอีสานนิยมนำมาใส่ส้มตำ การเลือกใช้มะกอกสำหรับทำน้ำสมุนไพรให้เลือกมะกอกที่สุกกำลังพอเหมาะ
จับดูไม่เละ ไม่ช้ำหรือเน่าเสีย

คุณค่าและสรรพคุณของน้ำมะกอกไทย น้ำสมุนไพร
เนื้อของมะกอกไทยมีวิตามินซีถึง 291 มิลลิกรัม มีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่ชนิดต่างๆ  ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน แก้บิด แก้กระหาย และช่วยทำให้ชุ่มคอ

ส่วนผสมน้ำมะกอก น้ำสมุนไพร
มะกอกสุก 8 ลูก
น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 1/2 ถ้วย
น้ำเชื่อม  3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำน้ำมะกอก น้ำสมุนไพร
1.ล้างมะกอก ปอกเปลือก ฝานเอาเฉพาะเนื้อ
2.ปั่นมะกอกกับน้ำให้ละเอียตใส่น้ำเชื่อมและเกลือ คนให้เข้ากันอีกครั้ง แช่เย็นจนเย็นจัด รินใส่แก้ว ดื่ม


วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

น้ำสมุนไพร น้ำรากบัว


รากบัว (lotus root) คือ ลำต้นใต้ดินที่เปลี่ยนจากหน่ออ่อนเป็นต้นแก่ มีรากบัวไทยขนาดเล็ก รากบัวจีนขนาดใหญ่ มีสีเหลืองงาช้าง ลักษณะเป็นท่อนกลมใหญ่ยาว แต่ละท่อนแบ่งเป็นปล้องๆ ถ้าตัดตามขวางจะเห็นเป็นรูกลมๆ เต็มหน้าตัด เลือกรากบัวจีนที่ใหม่ผิวสะอาดสีขาวอมเหลือง ถ้าเป็นรากเก่าสีคล้ำออกน้ำตาล รากบัวไทยเลือกเปลือกสีชมพูออกแดง ล้างแล้วปอกเปลือกนอกของรากบัวออก หั่นเป็นแว่น

สูตรน้ำสมุนไพร ครั้งนี้ เรามีรากบัวซึ่งเป็นพืชใต้ดินที่มีประโยชน์ มีสรรพคุณเป็นยาเย็น
ดังนั้น น่าจะดีที่เราจะเอารากบัวมาทำเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ นั่นคือ น้ำรากบัว และน้ำรากบัวปั่น ตามส่วนผสมและวิธีทำต่อไปนี้

สรรพคุณของรากบัว
เนื้อของรากบัวมีวิตามินซี และเกลือแร่ชนิดต่างๆ ช่วยบำรุงกำลัง ช่วยให้ฟื้นไข้เร็ว แก้อาการร้อนใน
ช่วยสร้างเลือด และช่วยให้เจริญอาหาร

น้ำสมุนไพร น้ำรากบัว
ส่วนผสม
น้ำ 6 ถ้วย
รากบัวหั่นแว่น 300 กรัม
น้ำตาลทราย  1/4 ถ้วย
น้ำแข็งชนิดก่อน

วิธีทำน้ำสมุนไพร น้ำรากบัว 
1. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟอ่อนให้ร้อน ใส่รากบัวลงต้ม จนน้ำมีสีชมพู กรองเอากากออก
2.ใส่น้ำตาล ต้มต่อสักครู่ พอน้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกลง รินใส่แก้วน้ำแข็ง   ดื่ม หรือจะดื่มแบบร้อนหรือแช่เย็นก็ได้
น้ำรากบัว

น้ำรากบัวปั่น
ส่วนผสมน้ำรากบัวปั่น
น้ำ 3 ถ้วย
รากบัวหั่นชิ้นบาง ½ ถ้วย
สับปะรดหั่นชิ้น ½ ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง  2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น ¼ ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำรากบัวปั่น
1.ต้มน้ำ 2 ถ้วยในหม้อด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่รากบัวลงต้มจนสุกนุ่ม พักไว้ให้เย็น
2. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดพร้อมกับน้ำต้มรากบัวและน้ำที่เหลือเข้าด้วยกัน รินใส่แก้วดื่ม
น้ำรากบัวปั่น


วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

น้ำบีตรู้ตกับพริกหวาน เครื่องดื่มสมุนไพร

น้ำบีตรู้ตกับพริกหวาน
น้ำบีตรู้ตกับพริกหวาน
บีตรู้ตและพริกหวานต่างก็จัดว่าเป็นพืชสมุนไพร เราจะมาดูว่าพริกหวานและบีตรู้ตนั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

*พริกหวานมีเบตาแคโรทีนสูง มีไวตามินซี เหล็ก และโพแทสเซียม ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีไวตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า ในพริกสีเขียว 100 กรัมก็จะมีไวตามินซี 100 กรัมเช่นกัน และยังมีวิตามิน A, B1, B2 และ C
นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น อาหารย่อยดีขึ้น ขับเหงื่อ แก้อาเจียน เป็นต้น
บีตรู้ต
บีตรู้ต
* บีตรู้ต นั้นด้วยอุดมไปด้วยวิตามิน B1 B2 B6 กรดโฟลิก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และสังกะสีช่วยฟอกเลือด ฟอกไต

ส่วนผสมเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำบีตรู้ตกับพริกหวาน ˜
  1.บีตรู้ต 125   กรัม
  2.แครอท 200 กรัม
  3.พริกหวานแดง 50 กรัม
  4.เกรปฟรุต 150 กรัม
  5.น้ำแข็งบด ½  ถ้วย




วิธีทำ น้ำบีตรู้ตกับพริกหวาน เครื่องดื่มสมุนไพร
1. ล้างบีตรู้ตและแครอทให้สะอาด หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ
2. ฝานพริกหวานเป็นเสี้ยวเล็ก ๆ แกะแกนกลางและเมล็ดทิ้ง ส่วนเกรปฟรุตปอกเปลือก แคะเม็ดออก แล้วเเกะเฉพาะเนื้อเกรปฟรุตเป็นกลีบๆ
3. แช่บีตรู้ต แครอท พริอหวาน และเกรปฟรต ในตู้เย็นประมาณหนึ่งชั่วโมง
4. ใส่เกรปฟรุตลงไปแยกกากก่อน ตามด้วยพริกหวาน แครอท และบีตรู้ต
5. เทใส่แก้ว คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ก่อนเสิร์ฟเติมน้าแข็งบดลงไปเล็กน้อยดื่มสดๆทันที


คุณค่าทางโภชนาการของเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรนี้
* พลังงาน  190.25    กิโลแคลอรี
* คาร์โบไฮเดรต   32.925    กรัม
* เบตาแคโรทีน  13988   ไมโครกรัม
*วิตามินเอ   6332   ไมโครกรัม
  *วิตามินซี   97.5   มิลลิกรัม
 *แคลเชียม  145.5   ไมโครกรัม



บีตรู้ต
บีตรู้ต
พริกหวานแดง
พริกหวานแดง

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำมะเขือเทศ เครื่องดื่มสมุนไพร

เดิมมะเขือเทศเป็นพืชของเม็กซิโก มีชื่อพฤกษศาตร์ว่า Lycopersicon esculentum
มะเขือเทศสด

มะเขือเทศมีผลค่อนข้างกลม รี หรือแป้น มีสีแดง ส้ม เหลือง จนถึงชมพู ภายในมีเมล็ดเรียงตัวเป็นช่องๆ มีเมือกวุ้นห่อหุ้มเมล็ด ออกรสเปรี้ยว มีหลายชนิดทั้งมะเขือส้ม มะเขือเทศสีดา มะเชือเทศลูกใหญ่ เลือกมะเขือเทศที่มีความสด ลูกใหญ่ สีแดงสวย สุก เปลือกไม่มีรอยช้ำ ล้างให้สะอาดก่อนบริโภค
สูตรน้ำสมุนไพรวันนี้ ขอนำเสนอ 2 สูตร คือ แบบน้ำข้น และแบบปั่น แล้วแต่ว่าใครจะนิยมดื่มแบบไหน

ประโยชน์ของมะเขือเทศ 
เนื้อของมะเขือเทศประกอบด้วยวิตามินเอที่มีมากถึง 1,394 I .U .มีวิตามินซี บี และเกลือแร่ชนิด
ต่างๆ ช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยให้ตับทำงานได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อรู้สึกอ่อนเพลียหากดื่มน้ำมะเขือเทศจะช่วยให้สดชื่น นอกจากนี้สารไลโคปีนสีแดงช่วยป้องกันมะเร็งโรคหลอดเลือดหัวใจ

น้ำมะเขือเทศ น้ำสมุนไพร
มะเขือเทศ (ลูกละ 100 กรัม)  6 ลูก
น้ำต้มสุกแช่เย็น 1/2 ถ้วย
พริกไทยดำป่น  1/4 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำมะเขือเทศ
คั้นน้ำมะเขือเทศด้วยเดรื่องแยกกาก ขณะที่คั้นใส่น้ำจนหมด น้ำที่ได้จะมีความข้น
แล้วผสมน้ำมะเขือเทศ พริกใทย และน้ำมะนาว
เข้าด้วยกันในชามแก้ว รินใส่แก้ว ดื่ม


น้ำมะเขือเทศ 
น้ำมะเขือเทศปั่น
มะเขือเทศหั่นชิ้น (ลูกละ 100 กรัม) 2 ลูก
เซลเลอรีหั่นชิ้นเล็ก 3 ก้าน
แครอทหั่นชิ้นเล็ก  1/2 หัว
น้ำแข็งบดละเอียด 1 ถ้วย

วิธีทำน้ำมะเขือเทศปั่น
ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียดรินใส่แก้ว ดื่ม

น้ำมะเขือเทศปั่น

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำตะไคร้ น้ำสมุนไพร

ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรวงศ์หญ้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตต้อน แถบหมู่เกาะเวสต์อินดิส ตะไคร้มีน้ำมันระเหยมากที่เหง้าและกาบใบ ซึ่งทำให้มีกลิ่นหอม การเลือกให้เลือกตะไคร้สด ต้นอวบอ้วน ไม่มีรอยตำหนิ ไม่ช้ำหรือเน่าเสีย แกะกาบด้านนอกออก ล้าง นำโคนต้นมาหั่นซอยบางๆ
ตะไคร้มีวิตามินเอ และยังมีเกลือแร่ชนิดต่างๆ อย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ช่วยลดอาการแน่นจุกเสียดท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากอาหารไม่ย่อย ลดอาการคาวปาก ช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้วิงเวียนและหน้ามืดได้ดี ขจัดอาการอ่อนเพลีย ปวดหลัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ การวิจัยสมัยใหม่พบว่าตะไคร้ป้องกันโรคมะเร็งสำไส้ใหญ่ได้
สูตรน้ำสมุนไพรวันนี้จะนำเสนอน้ำสมุนไพรที่ทำจากตะไคร้สองสูตรคือ พันช์ตะไคร้และน้ำตะไคร้

พัชน์ตะไคร้
พันช์ตะไคร้
ส่วนผสมพันช์ตะไคร้
น้ำ 1 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย
ขิงแก่หั่นเป็นชิ้น 1 แง่ง
น้ำสับปะรดคั้น 1 ถ้วย
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำพันช์ตะไคร้
1. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด ใส่ตะไคร้ลงต้มนาน 5-10 นาที พอมีกลิ่นหอม ปิดไฟ ยกลง พักไว้ให้เย็น
2. คั้นขิงด้วยเครื่องแยกกาก ให้ได้ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ พักไว้
3. ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันในชามแก้ว แช่ในตู้เย็นจนเย็นจัด รินใส่แก้วดื่มได้ทันที

ส่วนผสมน้ำตะไคร้
น้ำ 2  1/2 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
ใบตะไคร้หั่นฝอย 1/2 ถ้วย

วิธีทำน้ำตะไคร้
1.ต้มน้ำ2 ถ้วยในหม้อด้วยไฟกลางจนเดือด แล้วใส่ตะไคร้ลงต้มนานประมาณ 10-15 นาที พอมีกลิ่นหอมและน้ำมีสีเขียวอ่อนของตะไคร้ยกลง กรองใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ใส่น้ำตาล คนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ พักไว้
2.ปั่นใบตะไคร้กับน้ำเปล่าที่เหลือให้ละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบางหลายๆ ชั้น ผสมลงในหม้อน้ำตะไคร้ที่ต้มแล้ว คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งบนไฟกลางพอเดือด คนให้ทั่ว ปิดไฟ ยกลง ดื่มอย่างร้อนก็ได้ถ้าดื่มอย่างเย็นพักไว้ให้เย็น รินใฟขวด นำไปแช่เย็น เวลาดื่มจะใส่น้ำแข็งเพิ่มความเย็นอีกก็ได้
น้ำตะไคร้

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำดอกอัญชัน เครื่องดื่มสมุนไพร

ดอกอัญชันนั้น เป็นพืชสมุนไพร ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มอย่างหนึ่ง มีลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก ลำต้นมีขนนุ่มปกคลุม ใบเป็นรูปไข่ ผิวและขอบเรียบ ใบบางสีเขียว ดอกมี 2 ชนิด ทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน ดอกมีสีน้ำเงินแก่ ม่วงแดง ม่วงอ่อน และขาว ดอกมีรูปทรงคล้ายกับกรวย กลีบรูปกลมปากเว้าเป็นแอ่ง ตรงกลางกลีบมีสีเหลือง
ดอกอัญชัน
ดอกใช้แต่งสีน้ำเงินหรือสีม่วงให้กับอาหารต่างๆ เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร ขนมชั้น เป็นต้น เวลาคั้นดอกจะได้น้ำสีน้ำเงินเข้ม ถ้าต้องการสีแดงให้หยดน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย
สรรพคุณน้ำดอกอัญชันคือ มีเบต้าแคโรทีนสูง เป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ ช่วยต่อด้านสารก่อมะเร็ง
เครื่องดื่มสมุนไพร ที่ทำจากดอกอัญชันในครั้งนี้ จะนำเสนอ 2 สูตร คือ น้ำดอกอัญชันผสม และน้ำดอกอัญชัน ซึ่งจะมีส่วนผสม และวิธีทำที่แตกต่างกันเล็กน้อย

น้ำดอกอัญชันผสม
น้ำดอกอัญชันผสม
ส่วนผสมสำหรับ 1 แก้ว
ดอกอัญชัน 25 ดอก
น้ำต้มสุก 2 ถ้วย
น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็ง ชนิด ก้อน

วิธีทำน้ำดอกอัญชันผสม
1.ฉีกขั้วดอกอัญชันแต่ละดอกออก ล้างกลีบ
ดอกอัญชัน จากนั้นใส่ลงในโถปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก
1/2 ถ้วย
2.ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด กรองด้วยผ้าขาวบางเอากากออก  ใส่น้ำที่เหลือ
น้ำใบเตย และน้ำเชื่อม คนพอทั่ว รินใส่แก้วเติม น้ำแข็ง ดื่มได้ทันที



น้ำดอกอัญชัน
น้ำดอกอัญชัน
ส่วนผสมสำหรับ 1 แก้ว
ดอกอัญชัน 10 ดอก
น้ำต้มสุก 1 ถ้วย
แอปเปิลแดงคั้น 1 ผล
น้ำเชื่อม  2 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็งก้อน

วิธีทำน้ำดอกอัญชัน
1.ฉีกขั้วดอกอัญชันแต่ละดอกออก ล้างกลีบดอกอัญชัน จากนั้นใส่ลงในโถปั่นตามด้วยน้ำต้มสุก ครึ่งถ้วย
2.ปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด กรองต้วยผ้าขาวบางเอากากออก ใส่น้ำที่เหลือ น้ำแอปเปิ้ล และน้ำเชื่อมคนพอทั่ว รินใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง ดื่มได้ทันที

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

น้ำใบบัวบก เครื่องดื่มสมุนไพร

ใบบัวบกเป็นพืชสมุนไพรล้มลุกที่มีลักษณะคล้ายบัว ก้านเลื้อยแผ่ไปตามดิน แตกรากและใบตามข้อ ปลายก้านมีใบกลมๆ เหมือนใบบัวแต่เล็กกว่า มีรสขมอ่อนๆ กลิ่นหอม การเลือกให้เลือกบัวบกใบใหญ่สด ใบแก่ สีเขียวเข้ม ล้างห้สะอาด แล้วหั่นฝอย แต่ถ้าจะรับประทานเป็นผักสดหรือทำยำ ควรเลือกซื้อใบที่ไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป กลิ่นจะไม่แรงมาก
ใบบัวบกมีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 1,243 I.U. มีวิตามินเอ วิตามินซี นอกจากนี้ยังมีเกลือแร่ชนิดต่างๆ อย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ช่วยขับปัสสาวะ แก้ช้ำใน แก้ไข้ แก้ร้อนใน ดับกระหาย คลายร้อน

ส่วนผสมของ น้ำใบบัวบก เครื่องดื่มสมุนไพร
ใบบัวบกหั่นฝอย 2 ถ้วย
น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
น้ำต้มสุกแช่เย็น 2 ถ้วย

วิธีทำน้ำใบบัวบก เครื่องดื่มสมุนไพร

ปั่นส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียดกรองด้วยผ้าขาวบาง รินใส่แก้ว ดื่มทันที
ใบบัวบก
น้ำใบบัวบก เครื่องดื่มสมุนไพร

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

น้ำมะระ เครื่องดื่มสมุนไพร

มะระจีน

   มะระเป็นผักที่มีรสขม เนื้อเขียวใส มีทั้งมะระจีนลูกใหญ่ และมะระขี้นกลูกเล็ก การเลือกทำน้ำมะระให้เลือกมะระจีนแก่จัด เปลือกสีเขียวอมขาว ผิวร่องไม่ลึกมาก ไม่ขรุขระมาก ล้างแล้วผ่าตามขวางเอาเมล็ดออก หั่นเป็นชิ้น นำไปแช่ในตู้เย็นให้เย็นจัด จะช่วยลดรสขมและกลิ่นเหม็นเขียวลง
    เนื้อของมะระจีนประกอบด้วยวิตามินซี วิตามินบีรวม และเกลือแร่ชนิดต่างๆ คือ ฟอสฟอรัส แคลเซียมเนื้อมะระมีรสขมเพราะมีสารอัลคาลอยด์ชื่อ โมโมดิซีน ช่วยให้เจริญอาหาร เป็นยาระบายอ่อนๆ รักษาโรคเบาหวาน และสามารถต้านเชื้อไวรัส ล่าสุดพบว่ามะระขี้นกอาจช่วยต้านเชื้อไวรัสเอชไอวีได้



ส่วนผสมของ น้ำมะระ เครื่องดื่มสมุนไพร
น้ำมะระ เครื่องดื่มสมุนไพร
เนื้อมะระจีนหั่นชิ้น 2 ถ้วย
น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 /2 ถ้วย
น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำแข็งชนิดก้อน

วิธีทำ  น้ำมะระ เครื่องดื่มสมุนไพร
1.คั้นน้ำมะระด้วยเครื่อง แยกกาก แยกน้ำ

2.ผสมน้ำมะระที่ได้กับน้ำต้มสุกแช่เย็น น้ำเชื่อมเกลือ เข้าด้วยกันในภาชนะ
คนพอทั่ว รินใส่แก้วน้ำแข็ง ดื่มทันที

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

เครื่องดื่มสมุนไพรสูตรน้ำบรอกโคลี บีตรู้ต กับแครอท

น้ำบรอกโคลี บีตรู้ต กับแครอท
ส่วนผสมเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรน้ำบรอกโคลี บีตรู้ต กับแครอท
  บรอกโคลี 280 กรัม
  แครอท 175 กรัม
  บีตรู้ต 50 กรัม
  น้ำแอ๊ปเปิ้ล 250 กรัม
  น้ำแข็งก้อน 5 ก้อน

วิธีทำเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรน้ำบรอกโคลี บีตรู้ต กับแครอท
1. ปอกเปลือกบรอกโคลีเเข็ง ๆ ตรงก้านออก หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ
ส่วนแครอทและบีตรู้ตล้างให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือก หั่นเป็นท่อนเล็ก ๆ
2. ใส่บรอกโคลีลงไปแยกกากก่อน ตามต้วยแครอท และบีตรู้ตสุดท้าย
3. เทน้ำแอ๊ปเปิ้ลลงไปผสม คนให้เข้ากัน
4. เทใส่แก้ว เติมน้ำแข็ง ดื่มทันที


คุณค่าทางโภชนาการเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรน้ำบรอกโคลี บีตรู้ต กับแครอท
* พลังงาน 507.5 กิโลแคลอรี
* คาร์โบไฮเดรต 31.0 กรัม
* เบตาแคโรทีน 12,239.5 ไมโครกรัม
*วิตามินเอ 2,780.5 ไมโครกรัม
  *วิตามินซี 467.75 มิลลิกรัม
 *แคลเชียม 113 ไมโครกรัม


บีตรู้ต
แครอท

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา

สูตรน้ำผักสูตรนี้เป็นสูตรน้ำสมุนไพรที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกสูตรหนึ่ง ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำมีดังนี้

ส่วนผสม น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
* ผักโขมหั่นหยาบๆ 50 กรัม
* แตงกวาหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ 100 กรัม
*แครอทหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ 100 กรัม
* น้ำเปล่า 1 ถ้วย
* น้าผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำแข็งบด

วิธีทำน้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
1. แช่ผักโขม แตงกวา แครอท ในตู้เย็นให้เย็นจัด
2. ใส่ผักโขมในเครื่องปั่น เดิมน้ำเปล่า ปั่นให้ละนอียด กรองให้เหลือแต่น้ำ
3. ใส่แตงกวาในเครื่องแยกกาก ตามด้วยแครอท
4. เทน้ำแตงกวาและแครอทใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผักโขม เติมน้ำผึ้งคนให้เข้ากัน ก่อนดื่มใส่น้ำแข็งบดละเอียดลงไปอีกเล็กน้อย

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำสมุนไพร 
* พลังงาน 108 กิโลแคลอรี่
* คาร์โบไฮเดรต 22.6 กรัม
*เบต้าแคโรทีน  7,034 ไมโครกรัม
* วิตามินเอ 3,216.8 ไมโครกรัม
 *วิตามินซี 41 มิลลิกรัม
 * แคลเชียม 136.3 ไมโครกรัม
น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา