วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา

สูตรน้ำผักสูตรนี้เป็นสูตรน้ำสมุนไพรที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอีกสูตรหนึ่ง ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำมีดังนี้

ส่วนผสม น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
* ผักโขมหั่นหยาบๆ 50 กรัม
* แตงกวาหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ 100 กรัม
*แครอทหั่นเป็นชิ้นยาว ๆ 100 กรัม
* น้ำเปล่า 1 ถ้วย
* น้าผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
* น้ำแข็งบด

วิธีทำน้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
1. แช่ผักโขม แตงกวา แครอท ในตู้เย็นให้เย็นจัด
2. ใส่ผักโขมในเครื่องปั่น เดิมน้ำเปล่า ปั่นให้ละนอียด กรองให้เหลือแต่น้ำ
3. ใส่แตงกวาในเครื่องแยกกาก ตามด้วยแครอท
4. เทน้ำแตงกวาและแครอทใส่แก้ว ตามด้วยน้ำผักโขม เติมน้ำผึ้งคนให้เข้ากัน ก่อนดื่มใส่น้ำแข็งบดละเอียดลงไปอีกเล็กน้อย

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำสมุนไพร 
* พลังงาน 108 กิโลแคลอรี่
* คาร์โบไฮเดรต 22.6 กรัม
*เบต้าแคโรทีน  7,034 ไมโครกรัม
* วิตามินเอ 3,216.8 ไมโครกรัม
 *วิตามินซี 41 มิลลิกรัม
 * แคลเชียม 136.3 ไมโครกรัม
น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา
น้ำสมุนไพร น้ำผักโขม แครอท กับแตงกวา


วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำขนุน

ลูกขนุนดิบ

ขนุนเป็นไม้ยืนต้น ต้นสูงใหญ่ใบค่อนข้างหนาทึบ สูงประมาณ 8-15 เมตร เป็นไม้เนื้ออ่อน จะมีผลอยู่ที่โคนต้นหรือโคนกิ่ง ผลจะมีลักษณะกลมรียาว และกลมใหญ่หนักประมาณ 10-60 กิโลกรัม ในหนึ่งผลใหญ่จะมีผลย่อยหลายผลเรียกว่ายวง เวลาที่ผ่าน ผลออกแกนกลางจะมียางมาก เนื้อในเป็นยวง มีสีเหลือง รสชาติหวานหอม เมื่อนำขนุนมาทำน้ำสมุนไพรก็จะให้ประโยชน์หลายอย่างทีเดียว ขนุนนั้นมีวิตามิน A แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีน้ำมันหอมระเหย น้ำตาลสูง ผลเนื้อขนุน ใช้รับประทาน อบแห้ง กวน ทำขนุนเชื่อม ใส่ในน้ำเชื่อม แต่งหน้าวุ้น ขนมหวาน ทำแยม
เนื้อขนุนสุก
ส่วนผสมของน้ำขนุน
เนึ้อขนุน 2 ถ้วยตวง
น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
น้ำต้มสุก 4 ถ้วยตวง
นมสด  2 ช้อนโต๊ะ
เกลึอ  1/2  ช้อนชา

วิธีทำน้ำขนุน
 แกะเนื้อขนุนฉีกเป็นเส้นแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำเชื่อม น้ำต้มสุก นมสด เกลือ ปั่นจนละเอียด เป็นเนื้อเตียวกัน ได้น้ำขนุน สีเหลืองข้น นำไปดื่มกับน้ำแข็งหรือนำไปแช่เย็น รสชาติหวานชื่นใจ

น้ำขนุน




วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

น้ำแครอทผสมบีทรูท

แครอทออสเตรเลี
แครอทออสเตรเลีย

แครอทเป็นผักหัว มีเนื้อสีส้ม รสหวาน กรอบอร่อย  แครอทที่เลือกใช้ควรเป็นแครอทออสเตรเลีย ที่สด หัวตรง เพราะจะมีรสหวาน กลิ่นหอม นอกจากนี้แครทอยังมีมีวิตามินเอมากถืง 7,930 I.U. ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณได้เป็นอย่างดี วิตามินเอจากสารเบต้าแคโรทีนยังทำหน้าที่เป็นแอนติออกซิแตนท์ ป้องกันโรคมะเร็ง ทั้งมะเรงปอด มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ และช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย







ส่วนผสมของน้ำแครอทผสมบีทรูท
แครอทออสเตรเลีย (หัวละ 200-250 กรัม) 2 หัว
บีทรูทหัวเล็ก (หัวละ 80 กรัม) 1/2 หัว
ผักกาดแก้วหัวเล็ก(300-350 กรัม) 1 หัว
นมสดชนิดพร่องมันเนย 1/2 ถ้วย
บีทรูท
บีทรูท



วิธีทำน้ำแครอทผสมบีทรูท
1.ล้างแครอท บีทูรท ปอกเปลือกหั่นท่อนคั้นน้ำแครอท น้ำบีทรูท น้ำผักกาดแก้ว ด้วยเครื่องแยกกาก


2.นำน้ำสมุนไพรที่ได้มาผสมรวมกัน เทใส่ลงในโถปั่น ใส่นมสด ปั่นเข้าด้วยกันด้วยความเร็วต่ำ  รินใส่แก้ว ดื่มทันที จะได้คุณค่าทางสารอาหารเต็มเปี่ยม
น้ำแครอทผสมบีทรู
น้ำแครอทผสมบีทรูท

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

น้ำทับทิม

ทับทิมเป็นผลไม้ที่สวยงามและมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน สามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัยประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพรทับทิมในตำราแพทย์สมัยโบราณ ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเชียมและแคลเชียมซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และ ระบบการหมุนเวียนในร่างกาย




ที่มาภาพ http://202.143.173.253/namnaolib/

ทับทิมมี ประโยชน์ดังต่อไปนี้

* การฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ
* การฟอกไตและท่อปัสสาวะ
* สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย
* ขจัดไขมันส่วนเกิน
* เป็นยาบำรุงกำลัง
* ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง
* ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน
* ปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต
* การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน
* สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ
* ต่อต้านการเฉ่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิมพลัง
* ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมโนผู้สูงอายุ
* ทำให้ผิวหน้าสวย

ส่วนผสม
* เนื้อลูกทับทิม 1 ถ้วยตวง
* น้ำต้มสุก 1 ถ้วยตวง
* น้ำใช้ตามชอบ
* เกลือ ตามชอบ

วิธีทำ

นำทับทิมแกะเอาแต่เนึ้อ 1 ถ้วย ใส่ในผ้าขาวบางขยำๆ เติมน้ำต้มสุข 1 ถ้วย ขยำต่ออีก กะว่าให้ได้เนื้อออกมาจากเมล็ดมากที่สุด จากนั้นกรองเอเมล็ดออก เอาแต่น้ำมาเติมน้ำเชื่อมและเกลือป่นคนๆให้ละลายคนให้ละลาย ชิมรสตามชอบ

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เครื่องดื่มสมุนไพร สูตรเผาผลาญไขมัน

เครื่องดื่มสมุนไพร สูตรนี้ หลายคนเห็นส่วนผสมแล้วคงร้องยี้ เพราะดูสตรแล้วไม่น่าจะกินได้ แต่สูตรนี้ ช่วงเรื่องการเผาผลาญพลังงานได้ดัมากๆครับ ทดลองทำดื่มดู เหมาะกับคนที่กำลัง ควบคุมน้ำหนัก หรือลดความอ้วนได้ดีสูตรนี้ไม่ผสมน้ำตาล ดื่มแล้วไม่ทำให้อ้วนแม้รสชาติจะแปลกไปสักหน่อยสำหรับบางคน แต่ถ้าทำดื่มเป็นประจำก็จะคุ้นกับรสชาติ


ส่วนผสม


พริกหวานฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ
ใบกะเพรา 10 ใบ

มะเขือเทศ 1 ถ้วย
พริกป่นอย่างละเอียด 1/2 ช้อนชา
สับปะรด 1/2 ถ้วย
น้ำแข็ง 2 ก้อน


วิธีเตรียม

: ล้างผักและผลผลไม้ทุกชนิดให้สะอาดหั่นผัก และผลไม้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ สำหรับปั่น

เด็ดใบกะเพราออกเป็นใบ แล้วปั่นผักและผลไม้ที่เตรียมไว้ด้วยความร็วระดับต่ำ เติมพริกป่นปั่นลงไป

เมื่อปั่นส่วนผสมทุกอย่างละเอียดดีแล้วจึงใส่น้ำแข็ง


ประโยชน์ที่จะได้รับ

-ความร้อนของพริก และใบกะเพรา

ช่วยขับเหงื่อ รวมทั้งสารพิพ่างๆ ออกจากราร่างกาย

- ใบกะเพรามีสรรพคุณช่วยในขับลมและขับเหงื่อ

-ควรเลือกซื้อพริกป่นชนิดที่บรรจุอย่างดี สะอาด และสีไม่แดงจนเกินไป ถ้าหากมีเวลา

พริกป่นไว้ใช้เองทีบ้านจะดีที่สุด




ที่มา หนังสือ spa at home

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2554

น้ำสมุนไพร น้ำดอกดาหลา

ดาหลาเป็นไม้ดอกไม้ประดับสีชมพูอมแดงดอกใหญ่ ก้านกลมยาวกว่าครึ่งเมตร เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิงข่า ออกดอกทั้งปี

ดอกตูมและหน่ออ่อนนำไปปรุงอาหาร ได้รสชาติเผ็ดซ่าอ่อนๆ กลิ่นหอมเด่นเป็นเอกลักษณ์ ดอกดาหลานั้นมีสรรพคุณทางยา แก้โรคผิวหนัง แก้ลมพิษ และมีฤทธิ์ในการขับลม

ส่วนผสมของน้ำดอกดาหลา น้ำสมุนไพร
ดอกดาหลาดอกบานหั่นชิ้นเล็ก 3 ดอก
มะนาวหั่นซีก 1 ชิ้น
น้ำต้มสุกแช่เย็น 1 1/2 ถ้วย
นำเชื่อม 3-4 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็งชนิดก้อน

วิธีทำน้ำดอกดาหลา
1.ใส่ดอกดาหลาลงในโถปั่นบีบน้ำมะนาว เติมน้ำ ปิดฝา ปั่นด้วยความเร็วสูงจนละเอียด
2. กรองดอกดาหลาที่ปั่นด้วยกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบางสะอาด กรองเอาแต่น้ำ
3. เติมน้ำเชื่อมในน้ำดอกดาหลา คนให้ทั่ว รินใส่แก้วเติมน้ำแข็ง ดื่มทันที

น้ำแห้ว เครื่องดื่มสมุนไพร

แห้วเป็นพืชสมุนไพรตระกูลกก อุดมไปด้วยสารอาหารประเภทต่างๆ มีวิตามินและเกลือแร่ ช่วยต่อต้านแบคทีเรีย ด้วยสาร puchin นอกจากนี้แห้วยังช่วยดับกระหาย คลายร้อนและขับน้ำนมได้อย่างดี

ส่วนผสมของน้ำแห้ว เครื่องดื่่มสมุนไพร
น้ำ 3 ถ้วย
แห้วปอกเปลือกหั่นชิ้น 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็ง ชนิดก้อน


วิธีทำน้ำแห้ว เครื่องดื่่มสมุนไพร
1 ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟกลางให้เดือด ใส่แห้วลงต้มนานประมาณ 20 นาที ใส่น้ำตาล
เมื่อน้ำตาลละลาย ปิดไฟ ยกลง พักไว้ให้เย็น
2.  เวลาจะดื่มรินน้ำแห้วใส่แก้วน้ำแข็ง ใส่เนื้อแห้ว ดื่มเย็นๆ